← Morgan Universe
แผนที่กลางของสถาบันการเจริญพันธุ์เทียมที่ถูกกฎหมายทั่วไต้หวัน

วิธีการขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับเด็กหลอดแก้ว

วิธีการขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับเด็กหลอดแก้ว: ขั้นแรกให้รับการวินิจฉัยและรักษาภาวะมีบุตรยากที่ 'สถานพยาบาลเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์คู่สัญญา' ที่ประกาศโดยกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ จากนั้นให้สถานพยาบาลช่วยยื่นคำขอและดำเนินการเบิกจ่ายตามระเบียบ ในไต้หวัน สำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการดำเนินการ 'โครงการสนับสนุนเด็กหลอดแก้วสำหรับผู้มีบุตรยาก' (โครงการ 3.0 ปัจจุบัน) — ผู้มีสิทธิ์คือคู่สมรสที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไต้หวัน และภรรยาอายุต่ำกว่า 45 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่ามีบุตรยาก ยกเลิกข้อจำกัดด้านรายได้แล้ว ขยายไปถึงคู่สมรสที่มีบุตรยากทั่วไป วงเงินสนับสนุนสูงสุดแบ่งตามอายุของภรรยาและประเภทการรักษา: ภรรยาอายุต่ำกว่า 39 ปี ยื่นครั้งแรก เก็บไข่ถึงฝังตัว 150,000 บาท เก็บไข่อย่างเดียว 100,000 บาท ฝังตัวอย่างเดียว 50,000 บาท; ครั้งที่ 2 และ 3 ของการตั้งครรภ์เดียวกัน 100,000, 60,000, 40,000 บาท; อายุ 39 ถึงต่ำกว่า 45 ปี ครั้งแรก 130,000 ถึง 50,000 บาท (ตามประเภทการรักษา) จำนวนครั้งที่ขอได้ขึ้นอยู่กับอายุของภรรยา อายุต่ำกว่า 40 ปี ขอได้สูงสุด 6 ครั้ง อายุ 40 ถึงต่ำกว่า 45 ปี ขอได้สูงสุด 3 ครั้ง สายด่วนให้คำปรึกษาเงินสนับสนุนการเจริญพันธุ์ 02-2558-0900 ระบบสนับสนุนในแต่ละประเทศและภูมิภาคแตกต่างกัน ผู้อ่านในต่างประเทศโปรดยึดตามประกาศของหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่น ต่อไปนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลาง รายละเอียด เช่น จำนวนเงิน จำนวนครั้งที่ขอได้ และจำนวนตัวอ่อนที่ฝัง ให้ยึดตามประกาศล่าสุดของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพเป็นหลัก

หน้าเว็บพิเศษ 'เด็กหลอดแก้ว' ของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ (โครงการสนับสนุนเด็กหลอดแก้วสำหรับภาวะมีบุตรยาก) ↗

ขั้นตอนการขอรับเงินสนับสนุนเด็กหลอดแก้วมีอะไรบ้าง?

เงินสนับสนุนเด็กหลอดแก้วดำเนินการในรูปแบบ 'รักษาก่อน แล้วค่อยยื่นขอเบิกจ่าย' และต้องดำเนินการที่สถานพยาบาลเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์คู่สัญญาที่ประกาศโดยกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ขั้นตอนทั่วไปสามารถแบ่งได้ดังนี้:

  1. ตรวจสอบคุณสมบัติ: ตรวจสอบว่าคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไต้หวัน อายุของภรรยา และการวินิจฉัยภาวะมีบุตรยากเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการปัจจุบันหรือไม่
  2. เลือกสถานพยาบาลคู่สัญญา: ต้องรับการวินิจฉัยและรักษาภาวะมีบุตรยากที่ 'สถานพยาบาลเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์คู่สัญญา' ที่ประกาศโดยกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ จึงจะได้รับเงินสนับสนุน
  3. รับการวินิจฉัยและประเมินภาวะมีบุตรยาก: แพทย์จากสถานพยาบาลคู่สัญญาจะทำการตรวจและวินิจฉัยที่เกี่ยวข้อง และออกเอกสารรับรอง
  4. รับการรักษาเด็กหลอดแก้ว: ดำเนินการตามแผนการรักษาของแพทย์ เช่น การเก็บไข่ การปฏิสนธิ การฝังตัว
  5. ให้สถานพยาบาลช่วยยื่นขอและเบิกจ่าย: หลังการรักษา ให้เตรียมเอกสารตามระเบียบเพื่อยื่นขอ เงินสนับสนุนมักจะโอนตรงไปยังสถานพยาบาลคู่สัญญา ผู้รับการรักษาจ่ายส่วนต่างหลังจากหักเงินสนับสนุน

ขั้นตอนที่แน่นอน ผู้มีสิทธิ์ และวิธีการรับเงิน ให้ยึดตามประกาศล่าสุดของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ และคำชี้แจงของสถานพยาบาลคู่สัญญา หน้านี้เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลาง

โดยปกติต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างในการขอรับเงินสนับสนุนเด็กหลอดแก้ว?

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขออาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละสถานพยาบาล ต่อไปนี้เป็นรายการที่พบบ่อย แนะนำให้สอบถามสถานพยาบาลคู่สัญญาหรือสำนักงานส่งเสริมสุขภาพเพื่อยืนยันเวอร์ชันล่าสุดก่อน:

  • บัตรประจำตัวของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย: ใช้ตรวจสอบสัญชาติและตัวตน
  • หลักฐานการสมรสและทะเบียนบ้าน: เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ทางกฎหมาย (เช่น ทะเบียนบ้าน)
  • ใบรับรองการวินิจฉัยภาวะมีบุตรยาก: ออกโดยแพทย์จากสถานพยาบาลคู่สัญญา
  • หนังสือยินยอม: เอกสารยินยอมที่ลงนามโดยคู่สมรสทั้งสองฝ่าย
  • เอกสารการรักษาและใบเสร็จค่าใช้จ่าย: หลักฐานการรักษาและใบเสร็จรับเงินสำหรับการเบิกจ่าย
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี): หากมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการ ต้องแนบเอกสารมอบอำนาจ

เนื่องจากการยื่นขอส่วนใหญ่ดำเนินการโดยสถานพยาบาลที่ทำการรักษา แนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาลตั้งแต่การตรวจครั้งแรกหรือก่อนเริ่มการรักษา เพื่อยืนยันรายการเอกสารและกำหนดเวลา หลีกเลี่ยงการต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายหลัง

รายการเอกสารให้ยึดตามประกาศของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ และคำชี้แจงของสถานพยาบาลที่ทำการรักษา หน้านี้เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลาง

จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าสถานพยาบาลเป็น 'สถานพยาบาลคู่สัญญา' หรือไม่?

เงินสนับสนุนจากรัฐบาลจะใช้ได้เฉพาะเมื่อรับการรักษาที่ 'สถานพยาบาลเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์คู่สัญญา' ดังนั้นการตรวจสอบสถานะคู่สัญญาของสถานพยาบาลจึงสำคัญมาก สามารถตรวจสอบได้จากวิธีต่อไปนี้:

  1. ตรวจสอบรายชื่อที่ประกาศโดยสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ: รายชื่อสถานพยาบาลคู่สัญญาประกาศโดยสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของสำนักงาน
  2. สอบถามโดยตรงจากสถานพยาบาล: ถามว่าสถานพยาบาลเป็นหน่วยงานคู่สัญญาของโครงการสนับสนุนปัจจุบันหรือไม่ และขอให้อธิบายวิธีการเบิกจ่ายเงินสนับสนุน
  3. แยกแยะระหว่าง 'ใบอนุญาต' และ 'คู่สัญญา': สถานพยาบาลที่อยู่ใน 'รายชื่อที่ได้รับอนุญาต' หมายถึงสามารถดำเนินการเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ได้ตามกฎหมาย แต่การขอรับเงินสนับสนุนต้องเป็นหน่วยงาน 'คู่สัญญา' รายชื่อทั้งสองมีความหมายต่างกัน

เว็บไซต์นี้แสดงบนหน้าสถานพยาบาลว่าอยู่ในรายชื่อคู่สัญญาหรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองหรือจัดอันดับ สุดท้ายให้ยึดตามรายชื่อล่าสุดของทางการเป็นหลัก สำหรับคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายและสถานะคู่สัญญา โปรดดูหน้า 'การตรวจสอบของทางการ' และ 'ใบอนุญาต' ของเว็บไซต์นี้

สถานะคู่สัญญาให้ยึดตามประกาศล่าสุดของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ หน้านี้เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลาง

เงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากรัฐบาลท้องถิ่นและเงินสนับสนุนเด็กหลอดแก้วจากส่วนกลางสามารถใช้ร่วมกันได้หรือไม่?

เงินสนับสนุนเด็กหลอดแก้วของไต้หวันมีโครงการส่วนกลางที่ดำเนินการโดยสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเป็นหลัก บางเทศมณฑลและเมืองมีเงินสนับสนุนเพิ่มเติมหรือเงินอุดหนุนในระดับท้องถิ่นสำหรับการเจริญพันธุ์หรือเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ ทั้งสองโครงการดำเนินการโดยหน่วยงานที่แตกต่างกัน การใช้ร่วมกันได้หรือไม่ และวิธีหลีกเลี่ยงการขอรับเงินซ้ำซ้อนสำหรับค่าใช้จ่ายเดียวกัน ต้องเป็นไปตามระเบียบของแต่ละโครงการ:

  • โครงการส่วนกลาง: ดำเนินการโดยสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ ให้เงินสนับสนุนแบบแบ่งระดับสำหรับการรักษาเด็กหลอดแก้วของคู่สมรสที่มีบุตรยากที่มีคุณสมบัติ
  • เงินสนับสนุนเพิ่มเติมท้องถิ่น: บางเทศมณฑลและเมืองมีโครงการเพิ่มเติมโดยสำนักงานสาธารณสุขท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คุณสมบัติ (เช่น ระยะเวลาการขึ้นทะเบียน) จำนวนเงิน และการรักษาที่ครอบคลุมแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่
  • การใช้ร่วมกัน: แต่ละโครงการมักมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ร่วมกับเงินสนับสนุนอื่น แนะนำให้สอบถามจากสำนักงานส่งเสริมสุขภาพและสำนักงานสาธารณสุขท้องถิ่น และเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อยื่นขอแยกกัน

นอกจากนี้ เงินสนับสนุนการแช่แข็งไข่ (oocyte cryopreservation) ส่วนใหญ่ดำเนินการโดยรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งเป็นคนละระบบกับเงินสนับสนุนเด็กหลอดแก้วของส่วนกลาง สามารถสอบถามแยกกันได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า 'เงินสนับสนุนการแช่แข็งไข่' ของเว็บไซต์นี้

คุณสมบัติ จำนวนเงิน และข้อกำหนดการใช้ร่วมกันของแต่ละโครงการ ให้ยึดตามประกาศล่าสุดของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ และเทศมณฑล/เมืองต่างๆ หน้านี้เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลาง

วงเงินสนับสนุนสูงสุดของโครงการสนับสนุนเด็กหลอดแก้ว 3.0 แบ่งระดับอย่างไร? (ตามอายุและลำดับการขอ)

โครงการสนับสนุนเด็กหลอดแก้วสำหรับผู้มีบุตรยาก 3.0 ปัจจุบัน แบ่งการจ่ายตาม 'อายุของภรรยา ณ เวลาที่ยื่นขอครั้งแรกสำหรับการตั้งครรภ์แต่ละครั้ง' และ 'ลำดับการขอ' และกำหนดวงเงินสูงสุดที่แตกต่างกันตามขั้นตอนการรักษาที่ทำจริง (เก็บไข่ถึงฝังตัว / เก็บไข่อย่างเดียว / ฝังตัวอย่างเดียว) ตารางด้านล่างเป็นการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลาง เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างระดับเท่านั้น ไม่ใช่การรับประกันจำนวนเงินเฉพาะ

ผู้มีสิทธิ์ลำดับการขอเก็บไข่ถึงฝังตัวเก็บไข่อย่างเดียวฝังตัวอย่างเดียว
ภรรยาอายุต่ำกว่า 39 ปีครั้งที่ 1150,000 บาท100,000 บาท50,000 บาท
ครั้งที่ 2, 3100,000 บาท60,000 บาท40,000 บาท
ครั้งที่ 4 ถึง 660,000 บาท40,000 บาท20,000 บาท
ภรรยาอายุ 39 ถึงต่ำกว่า 45 ปีครั้งที่ 1130,000 บาท70,000 บาท50,000 บาท
ครั้งที่ 2, 380,000 บาท40,000 บาท40,000 บาท
ครัวเรือนรายได้น้อย / รายได้น้อยถึงปานกลางทุกครั้งสูงสุดครั้งละ 150,000 บาท (ไม่แบ่งลำดับการขอ)

นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับอายุอีกสองข้อ: จำนวนครั้งที่ขอได้ ขึ้นอยู่กับอายุของภรรยา ณ เวลาที่ยื่นขอครั้งแรกสำหรับการตั้งครรภ์แต่ละครั้ง อายุต่ำกว่า 40 ปี ขอได้สูงสุด 6 ครั้งต่อการตั้งครรภ์ อายุ 40 ถึงต่ำกว่า 45 ปี ขอได้สูงสุด 3 ครั้ง; จำนวนตัวอ่อนที่ฝัง สำหรับอายุต่ำกว่า 38 ปี ฝังได้สูงสุด 1 ตัวต่อครั้ง อายุ 38 ถึงต่ำกว่า 45 ปี ฝังได้สูงสุด 2 ตัวต่อครั้ง จำนวนเงินในแต่ละระดับเป็นวงเงินสูงสุด จ่ายตามจริง

จำนวนเงิน จำนวนครั้ง และจำนวนตัวอ่อนที่ฝังข้างต้น ให้ยึดตามประกาศล่าสุดของ 'โครงการสนับสนุนเด็กหลอดแก้วสำหรับผู้มีบุตรยาก 3.0' ของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ หน้านี้เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลาง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

ขั้นตอนแรกของวันนี้: จะเริ่มยื่นขอเงินช่วยเหลืออย่างไร

การแบ่งขั้นตอนการยื่นขอออกเป็นส่วนย่อยที่ทำได้ทันที จะช่วยให้มั่นคงกว่าการทำตามความจำเพียงอย่างเดียว:

  1. ตรวจสอบคุณสมบัติและระดับวงเงิน: ไปที่เว็บไซต์เฉพาะของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สำหรับเงินช่วยเหลือการทำเด็กหลอดแก้ว ใช้อายุและลำดับการยื่นขอของคุณเพื่อเปรียบเทียบวงเงินสูงสุดและกลุ่มผู้มีสิทธิ์
  2. เตรียมเอกสารให้ครบ: เตรียมเอกสารพิสูจน์ตัวตนและสถานภาพสมรส ใบรับรองแพทย์ ฯลฯ (ดูรายละเอียดในส่วนเอกสารด้านบน)
  3. ยืนยันสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ: สถานพยาบาลที่คุณเข้ารับการรักษาเป็นสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการเงินช่วยเหลือหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลต่อวิธีการยื่นขอ ในการนัดตรวจครั้งต่อไปสามารถสอบถามได้โดยตรง (ดูส่วนด้านบน)

สิ่งที่สามารถทำได้ทันทีในวันนี้: เข้าไปที่เว็บไซต์เฉพาะของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ เพื่อค้นหาระดับวงเงินสูงสุดที่คุณอยู่ในกลุ่ม จากนั้นทำความเข้าใจเบื้องต้น และจัดทำรายการเอกสารที่ต้องเตรียม คุณสมบัติและจำนวนเงินที่แท้จริงให้ยึดตามประกาศของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ส่วนนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลาง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือกฎหมาย ข้อกำหนดต่างๆ ให้ยึดตามประกาศล่าสุดของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

คำถามที่พบบ่อย

ใครคือผู้มีสิทธิ์ขอรับเงินสนับสนุนเด็กหลอดแก้ว?

ผู้มีสิทธิ์คือคู่สมรสที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไต้หวัน ภรรยาอายุต่ำกว่า 45 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่ามีบุตรยาก และมีความจำเป็นต้องรักษาเด็กหลอดแก้ว โครงการ 3.0 ยกเลิกข้อจำกัดด้านรายได้แล้ว ขยายไปถึงคู่สมรสที่มีบุตรยากทั่วไป คุณสมบัติ อายุ และจำนวนครั้งที่แน่นอน ให้ยึดตามประกาศของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ

ต้องรักษาที่สถานพยาบาลคู่สัญญาเท่านั้นจึงจะขอรับเงินสนับสนุนได้หรือไม่?

ใช่ เงินสนับสนุนต้องรับการรักษาที่ 'สถานพยาบาลเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์คู่สัญญา' ที่ประกาศโดยกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ เว็บไซต์นี้แสดงบนหน้าสถานพยาบาลว่าอยู่ในรายชื่อคู่สัญญาหรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น สุดท้ายให้ยึดตามรายชื่อของทางการ

จำนวนเงินและจำนวนครั้งที่ขอรับเงินสนับสนุนคำนวณอย่างไร?

ตามโครงการสนับสนุนเด็กหลอดแก้วสำหรับผู้มีบุตรยาก 3.0 จำนวนเงินแบ่งตามอายุของภรรยาและประเภทการรักษา: ภรรยาอายุต่ำกว่า 39 ปี ยื่นครั้งแรก เก็บไข่ถึงฝังตัวสูงสุด 150,000 บาท เก็บไข่อย่างเดียว 100,000 บาท ฝังตัวอย่างเดียว 50,000 บาท; ครั้งที่ 2 และ 3 ของการตั้งครรภ์เดียวกัน 100,000, 60,000, 40,000 บาท อายุ 39 ถึงต่ำกว่า 45 ปี ครั้งแรก 130,000 ถึง 50,000 บาท (ตามประเภทการรักษา) จำนวนครั้งที่ขอได้: ภรรยาอายุต่ำกว่า 40 ปี ขอได้สูงสุด 6 ครั้ง อายุ 40 ถึงต่ำกว่า 45 ปี ขอได้สูงสุด 3 ครั้ง ยกเลิกข้อจำกัดด้านรายได้แล้ว คู่สมรสที่มีบุตรยากทั่วไปสามารถขอได้ จำนวนเงินจริงและจำนวนครั้งที่ขอได้ ให้ยึดตามประกาศล่าสุดของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ

ทำไมจำนวนเงินสนับสนุนสำหรับ 'เก็บไข่ถึงฝังตัว' 'เก็บไข่อย่างเดียว' และ 'ฝังตัวอย่างเดียว' ถึงแตกต่างกัน?

โครงการ 3.0 จ่ายตามขั้นตอนการรักษาที่ทำจริง: การทำครบตั้งแต่เก็บไข่ถึงฝังตัวมีวงเงินสูงสุดสูงกว่า การเก็บไข่อย่างเดียว (เช่น ฝังในภายหลัง) หรือการฝังตัวอย่างเดียว (เช่น ใช้ตัวอ่อนแช่แข็งก่อนหน้านี้) มีจำนวนเงินต่ำกว่า ตัวอย่างเช่น ภรรยาอายุต่ำกว่า 39 ปี ยื่นครั้งแรก สามประเภทคือ 150,000, 100,000, 50,000 บาท การกำหนดและขอรับเงินในแต่ละประเภท ให้ยึดตามประกาศของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพและคำชี้แจงการเบิกจ่ายของสถานพยาบาลคู่สัญญา หน้านี้เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลาง

โครงการสนับสนุนมีข้อกำหนดเกี่ยวกับจำนวนตัวอ่อนที่ฝังหรือไม่?

ตามโครงการสนับสนุนเด็กหลอดแก้วสำหรับผู้มีบุตรยาก 3.0 ปัจจุบัน (มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2570) ภรรยาอายุต่ำกว่า 38 ปี ฝังตัวอ่อนได้สูงสุด 1 ตัวต่อครั้ง อายุ 38 ถึงต่ำกว่า 45 ปี ฝังได้สูงสุด 2 ตัวต่อครั้ง (ลดลงจากระบบเก่าเพื่อลดความเสี่ยงของการตั้งครรภ์แฝด) นี่เป็นข้อกำหนดของโครงการสนับสนุน วิธีการฝังจริงต้องให้แพทย์ประเมินตามสภาพของผู้ป่วยแต่ละรายและเป็นไปตามข้อบังคับของ 'กฎหมายเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์' ข้อกำหนดที่แน่นอนให้ยึดตามประกาศล่าสุดของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ หน้านี้เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลาง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

โครงการสนับสนุนเด็กหลอดแก้ว 3.0 แตกต่างจากโครงการเก่าอย่างไร?

โครงการ 3.0 เพิ่มวงเงินสูงสุดสำหรับการยื่นครั้งแรกจากเดิม 100,000 บาท เป็น 150,000 บาท (ภรรยาอายุต่ำกว่า 39 ปี) ยกเลิกข้อจำกัดด้านรายได้ (รายได้น้อย/รายได้น้อยถึงปานกลาง) ขยายไปถึงคู่สมรสที่มีบุตรยากทั่วไป และปรับข้อกำหนดเกี่ยวกับจำนวนตัวอ่อนที่ฝัง เป็นต้น วันที่มีผลบังคับใช้และขอบเขตที่แน่นอน ให้ยึดตามประกาศของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ

จะขอรับเงินสนับสนุนได้อย่างไร?

โดยทั่วไปสถานพยาบาลที่ทำการรักษาจะช่วยยื่นขอและเบิกจ่ายหลังการรักษาตามระเบียบ เอกสารและขั้นตอนการยื่นขอให้ดำเนินการตามระเบียบของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพและคำชี้แจงของสถานพยาบาลที่ทำการรักษา

ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนขอรับเงินสนับสนุน?

ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะมีบุตรยาก (เช่น การประเมินการทำงานของรังไข่ การวิเคราะห์น้ำอสุจิ ฯลฯ) และแพทย์จากสถานพยาบาลคู่สัญญาจะประเมินและออกเอกสารรับรอง รายการตรวจที่แน่นอนขึ้นอยู่กับระเบียบของสถานพยาบาล

เงินสนับสนุนจ่ายให้ผู้ยื่นขอโดยตรงหรือจ่ายให้สถานพยาบาล?

เงินสนับสนุนมักจะโอนตรงไปยังสถานพยาบาลคู่สัญญา ผู้ยื่นขอจ่ายส่วนต่างหลังจากหักเงินสนับสนุน ขั้นตอนจริงให้ยึดตามประกาศของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ และคำชี้แจงของสถานพยาบาล

หากการรักษาครั้งแรกไม่สำเร็จ สามารถขอรับเงินสนับสนุนอีกได้หรือไม่?

ตามโครงการ 3.0 ปัจจุบัน คู่สมรสที่มีบุตรยากทั่วไปมีจำนวนครั้งสูงสุดที่ขอรับเงินสนับสนุนได้ต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง จำนวนเงินสนับสนุนสำหรับครั้งแรกและครั้งที่ 2, 3 แตกต่างกัน การยื่นขอแต่ละครั้งต้องมีคุณสมบัติและเตรียมเอกสารใหม่ รายละเอียดให้ยึดตามประกาศล่าสุดของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ

เกณฑ์การเลือกสถานพยาบาลเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์คู่สัญญาคืออะไร?

สถานพยาบาลคู่สัญญาต้องเป็นสถานพยาบาลเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ และดำเนินการตามขั้นตอนการทำสัญญาที่เกี่ยวข้อง รายชื่อสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ เว็บไซต์นี้ใช้รายชื่อของทางการเป็นหลักในการแสดงสถานะคู่สัญญา ให้ยึดตามประกาศล่าสุดของทางการ

ในการยื่นขอเงินสนับสนุน คู่สมรสทั้งสองฝ่ายต้องเตรียมเอกสารหรือไม่?

ในการยื่นขอ มักต้องเตรียมบัตรประจำตัวของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย ข้อมูลทะเบียนบ้าน และหนังสือยินยอม เป็นต้น หากมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการ ต้องแนบหนังสือมอบอำนาจ รายการเอกสารที่แน่นอนให้ยึดตามประกาศของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพและคำชี้แจงของสถานพยาบาลที่ทำการรักษา

จำนวนเงินสนับสนุนแตกต่างกันตามรายการรักษาหรือไม่?

เงินสนับสนุนแบ่งตามลำดับการขอ (ครั้งแรก / ครั้งที่ 2, 3) และอายุของภรรยา โดยมีวงเงินสูงสุดที่แตกต่างกัน และครอบคลุมการรักษาเด็กหลอดแก้ว (IVF) จำนวนเงินและรายการที่ครอบคลุมที่แน่นอน ให้ยึดตามประกาศล่าสุดของสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ หน้านี้เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลาง

หลังจากตั้งครรภ์และคลอดบุตรสำเร็จแล้ว นอกจากเงินอุดหนุนการทำเด็กหลอดแก้วแล้ว ยังมีสวัสดิการอื่นจากรัฐบาลที่สามารถขอรับได้อีกหรือไม่?

มีครับ/คะ เงินอุดหนุนการทำเด็กหลอดแก้วเป็นเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการรักษา ดำเนินการโดยสำนักงานส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ หลังคลอดบุตรจริง หากเป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายประกันสังคมหรือกฎหมายประกันแห่งชาติ ยังสามารถยื่นขอรับเงินช่วยเหลือการคลอดบุตร (เงินสดครั้งเดียว) จากสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ตามข้อกำหนด โดยไม่เกี่ยวข้องกับว่าตั้งครรภ์จากการทำเด็กหลอดแก้วหรือไม่ ทั้งสองหน่วยงานมีลักษณะและช่วงเวลาการยื่นขอที่แตกต่างกัน สามารถยื่นขอแยกกันได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า 'เงินช่วยเหลือการคลอดบุตร' ของเว็บไซต์นี้

ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม (แหล่งข้อมูลทางการ)

· หน้านี้เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลาง เพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และไม่ถือเป็นคำมั่นสัญญาในการรักษาใดๆ กฎระเบียบและการรักษาที่แท้จริงให้ยึดตามประกาศของหน่วยงานที่กำกับดูแลและคำชี้แจงของแพทย์ผู้มีคุณสมบัติ